เรื่องราวของธุรกิจกับโลกออนไลน์

พูดคุยเรื่องราวกับกับการทำธุรกิจบนโลกออนไลน์ในรูปแบบต่างๆ

ยกระดับโครงสร้างพื้นฐานขนส่งไทย เพื่อพัฒนาด้านการค้า

ท่ามกลางสถานการณ์ที่ประเทศเพื่อนบ้านต่างเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนานใหญ่ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศให้พร้อมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ล่าสุดนับเป็นข่าวดีเมื่อภาครัฐให้ความสำคัญอย่างมากในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะแผนพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งช่วงปี 2556-2563 ซึ่งผู้เขียนเห็นว่าเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วนที่จะช่วยผลักดันขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยให้สูงขึ้น โดยขอสรุปง่ายๆ เป็น 3 ประเด็น เพื่อให้เห็นความจำเป็นของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านระบบคมนาคมขนส่งของประเทศ ดังนี้

โครงสร้างระบบขนส่งสินค้าของไทยในปัจจุบัน ข้อมูลจากกระทรวงคมนาคมระบุว่า การขนส่งสินค้าภายในประเทศเป็นการขนส่งทางถนนกว่า 80% รองลงมาเป็นทางแม่น้ำ 9% ทางชายฝั่งทะเล 8% ทางรถไฟ 2% และทางอากาศไม่ถึง 1% ขณะที่การขนส่งสินค้าระหว่างประเทศส่วนใหญ่ขนส่งทางทะเลเกือบ 89% รองลงมาเป็นทางถนน 10% และอื่น ๆ อีก 1% จะเห็นได้ว่าการขนส่งของไทยยังพึ่งพาทางถนนเป็นหลัก ขณะที่ต้นทุนต่อหน่วยในการขนส่งสินค้าทางถนนสูงกว่าทางรถไฟและทางน้ำ

เปรียบเทียบศักยภาพโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน ผู้เขียนรวบรวมตัวชี้วัดด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ที่สำคัญมาเปรียบเทียบระหว่างไทยกับประเทศคู่แข่งสำคัญในอาเซียน พบว่าสถานะของไทยอยู่ในระดับปานกลาง ยังเป็นรองสิงคโปร์และมาเลเซีย แต่เหนือกว่าอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม

สาเหตุที่ประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่ง แม้ภาพรวมโครงสร้างพื้นฐานของไทยอยู่ในระดับปานกลางเมื่อเทียบกับประเทศในอาเซียน แต่นับว่ายังห่างกับสิงคโปร์และมาเลเซียอยู่พอสมควร โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาต้นทุนโลจิสติกส์ต่อ GDP ของไทยซึ่งอยู่ในระดับค่อนข้างสูงที่ 15.2% ขณะที่สิงคโปร์และมาเลเซียอยู่ที่ 9% และ 13% ตามลำดับ นอกจากนี้ ประเทศเพื่อนบ้านของไทยล้วนเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์เป็นอย่างมาก ทั้งเพื่อรองรับการค้าที่จะขยายตัวขึ้นจาก AEC รวมถึงเพื่อเชื่อมโยงการขนส่งกับประเทศเศรษฐกิจใหญ่ของโลกอย่างจีน ด้วยโครงการรถไฟความเร็วสูงในหลายเส้นทาง อาทิ กรุงกัวลาลัมเปอร์ของมาเลเซียกับสิงคโปร์ กรุงฮานอยกับนครโฮจิมินห์ซิตีของเวียดนาม เมืองคุนหมิงของจีนกับนครเวียงจันทน์ของ สปป.ลาว (มีแผนเชื่อมต่อกับไทยที่จังหวัดหนองคาย) ยังไม่นับโครงการขยายท่าเรือและท่าอากาศยานของหลายประเทศในอาเซียน

ดังนั้น ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องเร่งพัฒนาด้านคมนาคมขนส่ง เพื่อลดต้นทุนโลจิสติกส์และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ตลอดจนเพื่อให้ประเทศไทยยังคงเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางคมนาคมขนส่งและการค้าในภูมิภาค เพื่อไม่ให้ไทยเป็นส่วนที่ทำให้เกิด Missing Link ของการขนส่งในภูมิภาค อีกทั้งยังเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญเพื่อก้าวไปสู่การเป็นฮับการคมนาคมขนส่งในภูมิภาค

แม้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยลดต้นทุนโลจิสติกส์ของประเทศ แต่ขณะเดียวกัน ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ไทยจำเป็นต้องเร่งพัฒนาศักยภาพควบคู่กันไปด้วย โดยเฉพาะความรู้ความเชี่ยวชาญในเทคโนโลยีใหม่ ๆ ท่ามกลางภาวะการแข่งขันที่รุนแรงของผู้ให้บริการโลจิสติกส์ต่างชาติ เพื่อที่ผู้ให้บริการไทยจะได้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่จากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าว รวมถึงเพื่อรองรับการขยายตัวของการค้าชายแดน โดยเฉพาะการค้ากับกลุ่มประเทศ CLMV ที่จะเป็นโอกาสสำคัญของผู้ให้บริการโลจิสติกส์ไทยบริเวณแนวชายแดน

Thu, April 17 2014 » การทำธุรกิจ